หลังจากแม่เสียชีวิต พ่อแต่งงานกับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าฉัน ตลอดหกปีเราคิดว่าเธอเอาทุกอย่างไปจากเขา — จนกระทั่งก่อนเสียชีวิต พ่อกระซิบว่า: “พ่อแก้ไขทุกอย่างทันเวลาแล้ว”
หนึ่งปีหลังจากแม่เสียชีวิต พ่อแนะนำให้เรารู้จัก Lauren
พ่ออายุหกสิบเก้าปี
เธออายุสามสิบสามปี
ฉันกับพี่ชายรู้สึกไม่ไว้ใจทันที แต่พ่อพูดซ้ำอยู่เสมอว่า:
— พ่อสบายดี
ทีละน้อย Lauren เปลี่ยนชีวิตของพ่อแทบทุกอย่าง

เธอเก็บของของแม่ออกไป ปรับปรุงบ้านใหม่ และโน้มน้าวให้พ่อขายบ้านพักริมทะเลสาบที่พ่อรักมาก พ่อโทรหาเราน้อยลงเรื่อย ๆ และแทบเลิกพบเพื่อนเก่าไปเลย
วันหนึ่ง ฉันเห็น Lauren วางเอกสารไว้ตรงหน้าพ่อ
— แค่เซ็นตรงนี้ก็พอค่ะ
พ่อเซ็นโดยแทบไม่ได้อ่าน
ฉันอยากถามว่าเอกสารนั้นคืออะไร แต่ก็เลือกที่จะเงียบ
หกปีต่อมา พ่อป่วยหนัก
Lauren แทบไม่อยู่ที่โรงพยาบาลนานเลย เมื่อเราได้อยู่กันตามลำพัง พ่อก็จับมือฉันแน่นอย่างกะทันหัน
— พ่อแก้ไขทุกอย่างทันเวลาแล้ว
— อะไรคะพ่อ?
แต่พ่อเพียงยิ้ม

ไม่กี่วันต่อมา พ่อก็จากไป
Lauren เริ่มจัดการทุกอย่างทันที เธอเลือกงานศพตามรสนิยมของตัวเอง และถึงขั้นเตรียมขายบ้านของครอบครัวเรา
เราคิดว่าพ่อคงยกทุกอย่างให้เธอไปแล้วจริง ๆ
แต่ระหว่างพิธี ทนายความที่ทำงานกับพ่อมานานก็ปรากฏตัวขึ้น
หลังจากคุยกันเพียงไม่นาน Lauren ก็หน้าซีดทันที
— เป็นไปไม่ได้! — เธอตะโกน

ปรากฏว่าเมื่อสิบสี่เดือนก่อน พ่อได้แก้ไขพินัยกรรมอย่างลับ ๆ
บ้าน เงินลงทุน และทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดถูกจัดไว้ให้ลูก ๆ ล่วงหน้าแล้ว
Lauren จะได้รับเพียงเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาก่อนสมรสเท่านั้น
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด
พ่อทิ้งซองแยกไว้อีกหนึ่งซองพร้อมคำสั่งเกี่ยวกับงานศพของตัวเอง: เพลงโปรด รูปถ่ายริมทะเลสาบ และแม้กระทั่งดอกไม้ที่พ่ออยากให้ใช้
และสำหรับเรา พ่อทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับ
“พ่อปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจแทนพ่อนานเกินไปแล้ว พ่อไม่สามารถเอาทุกอย่างที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ แต่อย่างน้อยพ่ออยากรักษาสิ่งที่ยังเหลืออยู่ไว้ ยกโทษให้พ่อที่ไม่ได้บอกพวกเธอให้เร็วกว่านี้”
ตอนนั้นเองที่ฉันเข้าใจคำพูดสุดท้ายของพ่อ
พ่อไม่สามารถเอาหกปีที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้
ไม่สามารถเอาบ้านพักริมทะเลสาบที่ขายไปแล้วกลับคืนมาได้
แต่ก่อนเสียชีวิต พ่อได้ปกป้องครอบครัวของตัวเองและสิ่งเล็กน้อยที่ยังเหลืออยู่ให้พวกเราจริง ๆ







