เธอพาแม่ผู้สูงอายุไปยังถนนที่แทบไม่มีใครผ่าน แล้วพูดว่า “ลงไป” แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา ลูกสาวกลับเป็นฝ่ายยืนถือกระเป๋าอยู่หน้าประตูที่ปิดสนิทเสียเอง…

เรื่องเล่าชีวิต

เธอพาแม่ผู้สูงอายุไปยังถนนที่แทบไม่มีใครผ่าน แล้วพูดว่า “ลงไป” แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา ลูกสาวกลับเป็นฝ่ายยืนถือกระเป๋าอยู่หน้าประตูที่ปิดสนิทเสียเอง…

— แม่ เก็บของเถอะ ฉันจะพาแม่ไปพักผ่อนสักหน่อย

มาเรียมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจ ช่วงหลัง ๆ อันนาแทบไม่พูดกับเธอเลย ดังนั้นคำพูดนี้จึงฟังดูอบอุ่นอย่างไม่คาดคิด

— จริงเหรอ? แล้วเราจะไปไหนกัน?

— เดี๋ยวก็รู้

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองก็นั่งอยู่ในรถแล้ว

ตอนแรกนอกหน้าต่างยังเป็นถนนที่คุ้นเคย แต่ไม่นานเมืองก็สิ้นสุดลง เหลือเพียงทุ่งโล่ง ต้นไม้ประปราย และถนนที่แทบไม่มีรถผ่าน

มาเรียเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

— ลูกจ๋า แถวนี้มีบ้านพักจริง ๆ เหรอ?

อันนากำพวงมาลัยแน่นขึ้น

— แม่ ได้โปรดเงียบเถอะ

หลังจากขับไปอีกไม่กี่กิโลเมตร เธอก็เบรกอย่างกะทันหันข้างทาง

— ลงไป

มาเรียคิดว่าตัวเองได้ยินผิด

— อะไรนะ?

— ฉันบอกให้ลงไป

— แต่ทำไม? ที่นี่ที่ไหน?

อันนามองเธออย่างเย็นชา

— ฉันทนใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ไหวแล้ว แม่อยู่รอบตัวฉันตลอด ต้องการนู่นต้องการนี่ตลอดเวลา ฉันเหนื่อยแล้ว

— อันนา… ได้โปรด อย่างน้อยพาแม่กลับบ้านเถอะ

แต่ลูกสาวเปิดประตูรถเรียบร้อยแล้ว

ไม่กี่วินาทีต่อมา หญิงชราก็ยืนอยู่คนเดียวบนถนนว่างเปล่า พร้อมกระเป๋าใบเล็กในมือ

— ขอโทษนะแม่ แต่มันจะดีกว่าแบบนี้

รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและหายลับไปหลังโค้ง

มาเรียยังคงยืนมองตามอยู่นาน

เธอเฝ้ารอว่าลูกสาวจะเปลี่ยนใจแล้วขับรถกลับมา

แต่ถนนยังคงว่างเปล่า

ในที่สุด มาเรียหยิบโทรศัพท์เก่าออกมาและกดหมายเลขของคนคนหนึ่งที่เธอไม่ได้โทรหามาหลายปี

— ฮัลโหล… เซอร์เกย์เหรอ? นี่น้ามาเรียนะ ฉันต้องการความช่วยเหลือ

สี่สิบนาทีต่อมา รถหรูคันหนึ่งก็หยุดข้างเธอ

หลานชายของเธอก้าวลงมา

เมื่อเห็นหญิงชรายืนอยู่คนเดียวกลางถนน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

— ใครทิ้งน้าไว้ที่นี่?

มาเรียก้มหน้าลง

— อันนา

เซอร์เกย์ไม่พูดอะไร

เขาเพียงเปิดประตูรถให้เธอ

เย็นวันนั้น เป็นครั้งแรกในรอบนานที่มาเรียนั่งอยู่ในบ้านอันอบอุ่น ดื่มชาร้อน และรู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็นภาระของใคร

เช้าวันรุ่งขึ้น เซอร์เกย์พาทนายความมา

เอกสารหลายฉบับถูกวางลงบนโต๊ะ

หลายปีก่อน มาเรียเป็นคนซื้อบ้านหลังที่ลูกสาวของเธออาศัยอยู่ในตอนนี้ ตามกฎหมาย บ้านยังคงเป็นของมาเรีย เธอไม่เคยโอนกรรมสิทธิ์ให้อันนา แม้ว่าอันนาจะคิดมานานแล้วว่าบ้านเป็นของตัวเอง

— คุณแน่ใจหรือครับว่าต้องการทำแบบนี้? — ทนายถามอย่างสงบ

มาเรียมองเอกสารอยู่นาน

เธอนึกถึงวันที่ขายเครื่องประดับเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าเรียนมหาวิทยาลัยให้ลูกสาว

วันที่ช่วยเลี้ยงหลาน ๆ

วันที่มอบเงินก้อนสุดท้ายให้อันนาในช่วงหย่าร้าง

และเมื่อวานนี้ ลูกสาวคนเดียวกันกลับทิ้งเธอไว้ตามลำพังบนถนน

มาเรียหยิบปากกาขึ้นมา

— ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้ว

ไม่กี่วันต่อมา อันนากลับบ้านหลังจากเดินทางไปช่วงสั้น ๆ

เธอเดินเข้ามาในลานพร้อมกระเป๋าเดินทาง และเห็นรถที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่

ในห้องนั่งเล่นมีเซอร์เกย์ ทนายความ และแม่ของเธอ

— แม่? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เซอร์เกย์ยื่นเอกสารให้เธอ

— คุณต้องย้ายออกครับ

อันนาหัวเราะ

— ตลกมาก นี่คือบ้านของฉัน

— ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

เธอคว้าเอกสารไป

อ่านอยู่ไม่กี่วินาที

แล้วใบหน้าก็ซีดลง

มาเรียได้โอนบ้านให้หลานชาย โดยมีเงื่อนไขว่าเธอจะมีสิทธิ์อาศัยอยู่ที่นั่นอย่างสงบไปตลอดชีวิต

— แม่… แม่ทำแบบนี้ไม่ได้

มาเรียลุกขึ้นจากเก้าอี้

— ทำไมล่ะ?

— แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน?

ห้องทั้งห้องเงียบลง

มาเรียมองลูกสาวตรง ๆ แล้วพูดว่า:

— จำถนนเส้นที่เมื่อวานเธอทิ้งแม่ไว้ได้ไหม?

อันนาชะงัก

— ตอนนี้เธอคงเข้าใจแล้วว่า คนเรารู้สึกอย่างไรเมื่อถูกทำให้เชื่อว่าไม่มีใครต้องการอีกต่อไป

Rate article